สังคมผู้สูงอายุ อนาคตประเทศไทย

ในปี พ.ศ. 2555 ประเทศไทยมีผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป คิดเป็นอัตราส่วน 10 เปอร์เซ็น (ประมาณ 6.4 ล้านคน)

ของประชากรทั้งประเทศ และคาดการว่าในปี พ.ศ. 2568 หรืออีก 12 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะมีประชากรผู้สูงอายุ 20 เปอร์เซ็น ของประชากรทั้งประเทศ

ซึ่งจะทำให้ประเทศไทย กำลังก้าวสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ เหมือนกับประเทศญี่ปุ่น ที่มีคนชราเกิน 20 เปอร์เซ็นแล้ว

 

และเมื่อประเทศไทย กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุแบบสมบูรณ์แล้ว จะเกิดอะไรขึ้น เรามาดูกันค่ะ

มีผู้สูงอายุมากขึ้น เมื่ออายุถึง 60 ปี ถือว่าเกษียณอายุราชการแล้ว คือหมดวัยที่จะต้องทำงาน ถึงเวลาที่ต้องพักผ่อน จากการทำงานมาอย่างยาวนาน มองไปทางไหนก็จะเห็นผู้สูงอายุ หรือคนชรา อยู่ทั่วไป นั่นคือสิ่งที่จะเกิดขึ้น
คนวัยทำงานลดลง เมื่อคนในวัยทำงานอายุมากขึ้น ก็กลายเป็นคนชรา แน่นอนว่าจำนวนคนในวัยทำงาน ก็ย่อมลดลงไปเรื่อยๆ อาจจะถึงขั้นขาดแคลนคนในวัยทำงาน เพราะกลายเป็นผู้สูงอายุไปเป็นจำนวนมากแล้ว และเด็กๆรุ่นใหม่ๆ ก็ยังอยู่ในวัยเรียน หรือวัยศึกษากันอยู่ ซึ่งยังไม่พร้อมสำหรับการทำงาน

เมื่อกำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลง ในบ้านเมืองของเรา ที่กำลังกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุแบบสมบูรณ์ ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เราในฐานะคนไทยคนหนึ่ง หวังจะเห็นอะไรในประเทศนี้ และจะเตรียมตัว เตรียมใจให้พร้อม สำหรับจำนวนผู้สูงอายุ ที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย อย่างไรได้บ้าง

การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ

วัยชราคือวัยที่เจ็บป่วยได้ง่าย ดังนั้น การดูแลสุขภาพ จึงจำเป็นสำหรับคนในวัยนี้ รัฐฯจะต้องเตรียมความรู้ ทักษะ และบุคลากร ที่สามารถและเข้าใจเรื่อง การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุเป็นอย่างดี และต้องเตรียมทั้งสถานที่ และยารักษาโรค ให้พร้อมสำหรับดูแลทั้งสุขภาพกายและใจ

บริการเพื่อผู้สูงอายุ

เชื่อว่าในอนาคต จะต้องมีบริษัทเอกชนมากมาย ที่เข้ามาให้บริการกิจกรรมต่างๆ สำหรับผู้สูงอายุเป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน ด้วยรัฐฯเอง ไม่สามารถตอบสนองความต้องการ ได้อย่างทั่วถึง หรือตรงตามความต้องการที่แตกต่างกัน ของผู้สูงอายุ เช่น โรงพยาบาลสำหรับผู้สูงอายุ, บ้านพักสำหรับผู้สูงอายุ หรือบริการอื่นๆ ที่ตอบสนองผู้สูงอายุได้ตรงจุด

ชุมชุนเพื่อผู้สูงอายุ

เมื่อผู้สูงอายุมากขึ้น ก็นำเอาผู้สูงอายุมารวมกันเป็นหมู่บ้าน หรือชุมชนคล้ายกับญี่ปุ่น จะช่วยให้การบริหารจัดการเรื่องต่างๆ ง่ายขึ้น การเข้าถึงการรักษา หรือการเยียวยาโรคภัยไข้เจ็บ ก็สามารถทำได้สะดวกรวดเร็ว และครอบคลุมทั่วถึง ยิ่งเป็นบริการเฉพาะสำหรับคนชรา ก็จะง่ายดายมากขึ้น เพราะผู้สูงอายุอยู่รวมกันเป็นหมู่บ้าน และท่านก็จะได้มีเพื่อนวัยเดียวกัน ความคิดคล้ายกัน เพราะเกิดมาในยุคที่ใกล้เคียงกัน สามารถช่วยเหลือกัน และเข้าอกเข้าใจกันมากยิ่งขึ้นด้วย

เราคงจะหวังพึ่งพาความช่วยเหลือ จากภาครัฐอย่างเดียวก็คงไม่ได้

ดังนั้น สิ่งหนึ่งที่เราช่วยได้ก็คือ ช่วยดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวของเราเอง เพื่อไม่ให้เป็นภาระของสังคม ทั้งช่วยดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ ตอบแทนบุญคุณที่ท่านได้เลี้ยงดูเรามา ไม่ทอดทิ้งท่านให้อยู่ตามลำพัง หรือต้องเป็นภาระของใครคนใดคนหนึ่ง

ที่มา : http://www.eldercareth.com/